สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ร่วมประชุม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กระทรวงการอุดมศึกษา

วันที่ 11 ต.ค. 2569

โพส ชัยวัฒน์ วัลละภา 498

เข้าชม 23

คัดลอกแล้ว!

“ยศชนัน” ปาฐกถาพิเศษเวที PIM กางแผน " Thailand Square Nation of Masters " เร่งสร้างคนพันธุ์ใหม่รับมือยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Empowering the future :ทิศทางการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก" ภายใต้หลักสูตร MBA (บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยมี ศ.ดร.นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ นายกสภาสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว นายพรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล รองอธิการบดีอาวุโส สายวิชาการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ คณะผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษา เข้าร่วม ณ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายในโลกยุคดิจิทัลและ AI โดยเรามุ่งเน้นการสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศจากการพึ่งพาทรัพยากรแบบเดิม ไปสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economic Growth) แกนหลักสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการเร่งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) โดยภาครัฐจะต้องเข้ามามีบทบาทนำในการสนับสนุนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เชิงลึกที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อปูทางให้ภาคเอกชนสามารถนำไปต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจต่อไปได้

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ "การสร้างคน" ถือเป็นวาระเร่งด่วน กระทรวง อว. จะขับเคลื่อนผ่านแนวคิด "Thailand Square Nation of Masters" ที่มุ่งสร้างบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญระดับสูง ระบบการศึกษาโดยเฉพาะในระดับปริญญาโทจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการเรียนแบบแยกส่วน (Silo) ไปสู่แพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบบูรณาการข้ามศาสตร์ (Multi-disciplinary) ที่หลอมรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาให้มาทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ ยังต้องเร่งยกระดับทักษะ (Re-skill/Up-skill) ให้กับวัยแรงงาน เพื่อสร้างบุคลากรแบบ "Deep Generalist" ที่มีความรู้เฉพาะทางอย่างลึกซึ้ง แต่สามารถเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้กับศาสตร์อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการสร้างนวัตกรรมระดับโลกให้เกิดขึ้นจริง ประเทศไทยได้วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ "สยามเมดิกา" (Siam Medica) ที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีการแพทย์ ยา และเทคโนโลยีชีวภาพ "สยามเทอร์รา" (Siam Terra) ด้านเทคโนโลยีอาหารและการเกษตรแห่งอนาคต และ "สยามซิลิกา" (Siam Silica) ที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ การจะผลักดันยุทธศาสตร์เหล่านี้ต้องอาศัยหลักการคิดขั้นพื้นฐาน (First Principle Thinking) ที่ลงลึกถึงแก่นแท้ของวิทยาศาสตร์ รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เช่น เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับการวิจัยของประเทศ

“อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำ โดยต้องครอบคลุมถึงกลุ่มเปราะบางซึ่งมีสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ การส่งเสริมให้ประชากรกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานและมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ในภาพรวมของประเทศได้ การติดอาวุธทางความรู้และเทคโนโลยีให้กับคนทุกกลุ่ม จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว


ข้อมูลจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
https://www.facebook.com/MHESIThailand
Create a Fixed/Sticky Social Media Toggle Icon Bar with CSS