จินตนาการสู่ความจริง

 

จินตนาการสู่ความจริง

 
   วลีคลาสสิคที่ว่า "Imagination important more than knowledge" ของศาสตราจารย์อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ซึ่งหมายความว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" ซึ่งวลีนี้มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกของเรานับตั้งแต่มนุษย์กำเนิดขึ้น ซึ่งก็คงจะจริงเพราะจะว่าไปแล้ว สมมุติเราว่าหากนักเรียนคนหนึ่งเรียนหนังสือจนมีความรู้จบปริญญาเอก เขาเป็นคนที่ความรู้มากมาย แต่ทว่าเขาไม่มีจินตนาการที่จะนำความรู้นั่นไปใช้ประโยชน์จริง ความรู้นั้นจะถูกปิดตายอยู่ในสมองของเขาโดยที่ไม่ได้อะไรขึ้นมา ในขณะที่หากคนที่เต็มไปด้วยจินตนาการแต่อาจไม่มีความรู้ ยังไงซะผู้นั้นก็ได้มีความคิดในเชิงสร้างสรรค์พัฒนาการไปแล้ว เหลือเพียงนำความรู้มาผลักดันให้จินตนาการนั้นกลายเป็นจริงเท่านั้น หรือพูดง่ายๆก็คือถ้าคนเราไม่จินตนาการไปก่อนว่าอยากให้มีสิ่งนั้นสิ่งนี้เกิดขึ้น เราจะไม่มีแรงผลักดันที่จะไปค้นหาความรู้เพื่อจะทำให้มันกลายเป็นจริงได้นั่นเอง เห็นได้ชัดว่าจินตนาการนั้นสำคัญกว่าความรู้จริงๆ  
ในจินตาการสำคัญที่เป็นจริงคือการสำรวจบนดวงจันทร์

    ทุกวันนี้เรามาเห็นเทคโนโลยีต่างๆเกิดขึ้นมากมายและในหลายๆอย่างเราเองก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริง หรือมันก็แค่สิ่งที่อยู่ในหนัง Stars War เท่านั้น แต่ว่าเราใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วอายุคนนับตั้งแต่จินตนาการเครื่องบินลำแรกของโลกยกตัวขึ้นสู่อากาศไม่กี่ฟุต ไปสู่การเหยียบดวงจันทร์ แน่นอนว่าการนำมนุษย์ไปเดินเล่นบนสิ่งที่เรียกว่าดาวอื่นๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่ปียังมีคนหัวเราะอย่างเย้ยหยันเมื่อได้ยินแผนการนี้ และถัดจากนั้นไม่นานการท่องจักรวาลของเราก็เป็นไปอย่างอิสระกว่าเดิมเมื่อได้เดินตามนิยายวิทยาศาสตร์อีกหลายเรื่อง เช่นการส่งยานไวกิ้งไปลงจอดบนดาวอังคาร การส่งยานกาลิเลโอและยานวอยเจอร์ไปสำรวจดาวเคราะห์ชั้นนอกทั้งหมด ทุกอย่างนี้เกิดจากจินตนาการในนิยายวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น มันเกิดจากเราสิ่งที่วาดภาพไว้ สิ่งที่เราอยากรู้อยากเห็นว่าด้านนอกโลกนั้นมันเป็นยังไง สิ่งที่เราต้องการก็มีเพียงเราจะนำคว่ามรู้ใดมาทำให้เป็นมันเป็นจริง และโชคดีที่เซอร์ไอแซค นิวตัน ดันไปสงสัยว่าทำไมแอปเปิลถึงตกพื้น นั่นทำให้ยานอวกาศของเราไปได้ทุกทีในระบบสุริยะโดยที่ไม่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก สำหรับในส่วนของจักรวาลวิทยานี้ต้องบอกว่าเราต้องใช้จินตนาการสูงกว่าศาสตร์อื่นๆมากเพราะหลายสิ่งหลายอย่างเรากระทำด้วยความไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งสิ้น เช่นเรื่องของการกำเนิดเอกภพก็แน่นอนว่าคงไม่มีใครเคยเห็น ดังนั้นจินตนาการต้องมาก่อนฟิสิกส์อย่างเลี่ยงไม่ได้จริงๆ
ภาพจริงบนดาวอังคารไม่ต่างจากที่เราเคยคิดไว้
 
     ทีนี้มาดูเทคโนโลยีใกล้ตัวเราลงมาหน่อย สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจากที่เคยมีเฉพาะในหนังที่้เห็นชัดๆ คือโทรศัพท์มือถือ ที่สมัยนี้มันก็เป็นมากกว่าโทรศัพท์ไปเยอะแล้ว มีการส่งข้อมูล มีการพูดคุยกัน มีการแจ้งเตือนต่างๆเหมือนที่เราเคยเห็นในหนัง ซึ่งรวมถึงการสนทนาแบบเห็นหน้ากันสดๆก็ทำได้ตั้งนานแล้ว ทีนี้เราจะเห็นหนังบางเรื่องที่มักจะใช้การตรวจสอบวัดค่าอะไรซักอย่างจากหน้าจอประเภทพกพาได้ นั่นก็คือ Tablet ในสมัยนี้นั้นเอง หรือแม้แต่เครื่องวัดพลังและจับตำแหน่งของศัตรูในการ์ตูนดราก้อนบอลที่เป็นลักษณะแว่นตาที่มองผ่านแว่นนี้แล้วจะแสดงข้อมูลต่างๆของบุคคลได้ ซึ่งทุกวันนี้เราทำแบบนี้โดยการมองผ่าน Webcam แล้วครับ และคาดว่าไม่เกินสองปีนี้เราน่าจะเห็นแว่นตาที่แสดงข้อมูลได้จริง ได้ข่าวว่าทาง Google กำลังพยายามอยู่    และถ้าใครเคยประทับเครื่องคอมพิวเตอร์ในหนัง Sci-Fi เช่นเรื่อง Minority Report ก็ลองไปเล่นอะไรที่เป็นจอสัมผัสแล้วใช้นิ้วปัดๆเลื่อนๆหน้าจอก็เหมือนแล้วครับ แล้ววันนึงหน้าจอสัมผัสก็จะเหลือแต่แผ่นกระจกใสๆ เหมือนของ Tony Stark ก็ได้ แต่จะว่าไปถ้าใครเคยเห็นระบบ HUD ที่ติดตั้งบนกระจกใสของเครื่องบินขับไล่มันก็คล้ายๆนะครับ 
     เราคงจะรู้สึกได้แล้วว่าโลกของเราเปลี่ยนไปมากแล้ว โลกอนาคตที่เราจินตนาการไว้ในอดีตบัดนี้มันมาถึงแล้ว อะไรๆหลายอย่างที่เราเคยตืนเต้นในหนัง วันนี้มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันไปแล้ว ทุกวันนี้คนเราต้องมองจอภาพมากกว่า 1 จอทุกวันทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ทุกวันนี้เราส่งจดหมายถึงกันผ่านหน้าจอโดยใช้เวลาไม่ถึงวินาที เราสามารถคุยกับคนที่อยู่อาร์เจนติน่าได้ไม่ต่างจากยืนคุยกันต่อหน้า ทุกวันนี้สายไฟ สายสัญญาณต่างๆก็เริ่มหายไปเรื่อยๆ  นี่ยังไม่รวมที่รถยนต์สามารถเลี้ยวเข้าที่จอดเองได้ และการเดินทางข้ามเวลาที่ทุกวันนี้เราเริ่มจะเข้าใจมันมากพอสมควรแล้ว  ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มนุษย์เคยคิดฝันไว้ทั้งสิ้น และเราก็หาความรู้เพื่อผลักดันให้ฝันเหล่านั้นจับต้องได้ในช่วงเวลาไม่ถึง 100 ปีนับตั้งแต่วินาทีแรกที่คิดจินตนาการถึงสิ่งนั้นๆ และคุณล่ะได้เคยจินตนาการถึงอะไรใน 100 ปีถัดไปบ้าง คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้ใดๆเพื่อวาดภาพสิ่งที่คุณจินตนาการ เพราะที่ผ่านมาหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นใหม่มันก็เคยอยู่นอกเหนือความรู้และกฎต่างๆมาแล้วทั้งนั้น  ถ้าไม่เช่นนั้นตอนนี้เราก็คงเข้าใจเรื่องเวลาและตำแหน่งที่ศาสตราจารย์ไอสไตน์ พยายามจะเข้าถึงมันตั้งนานแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากจะบอกว่าการพัฒนาด้านวิทยาการต่างๆจะสูงส่งเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าจิตใจของมนุษย์จะไม่ได้รับผลกระทบนะครับ แต่จะได้รับผลกระทบด้านใดเพียงใดนั้นก็คงต้องบอกว่า "ขออย่าให้เป็นเหมือนในหนังโลกอนาคตหลายๆเรื่องก็พอ"















วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
สถาบันในเครือ
เป็นสถาบันด้านการศึกษาและมูลนิธิ ศ.ดร.นพ.กระแส ชนะวงศ์ ก่อตั้งขึั้น สำหรับบริการด้านการเรียน ทั้งระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา รวมไปถึงศูนย์ฝึกอบรม ด้านการศึกษา มูลนิธิหมอกระแส ชนะวงศ์และสถาบันกระแสภิวัฒน์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนแก่คนรุ่นหลัง